Italy

แปลงเป็นดราม่าครั้งใหญ่ ของแวดวงกีฬา Italy เมื่อนักวิเคราะห์บอลคนมีชื่อเสียงโดนไล่ออก จากการพูดไม่ถูก 1 ประโยค

       สถานีส่งสัญญาณโทรทัศน์ช่องมีเดียพาสัน ของ Italy จะมีรายการวาไรตี้บอลชื่อ ท็อปกัลโช่ 24 โดยจะเอานักวิเคราะห์มาคุยกันเรื่องบอล ในทางมุมต่างๆในรอบอาทิตย์ ซึ่งก็นับว่าเป็นรายการยอดนิยมพอเหมาะพอควร หัวข้อสำคัญเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ โดยฉันรูคนหนึ่งในรายการ ชื่อลูชาโน่ ขว้างสสิรานี่ อายุ 80 ปี เขาเป็นอดีตผู้บริหารของอตาลันต้า และก็เลชเช่ นอกจากยังแต่งหนังสือเกี่ยวกับบอลอีกหลายเล่ม

      ขว้างสสิรานี่ ได้รับเชื้อเชิญมาร่วมรายการ รวมทั้งมีจังหวะหนึ่ง ที่ผู้ดำเนินรายการหลัก ได้กล่าวเรื่องโรเมลู ลูกาข้า กองหน้าของอินเตอร์ มิลานขึ้นมา ก่อนที่จะถามคำถามว่า ตัวขว้างสสิรานี่ คิดอย่างไรกับฝีเท้าของลูุกากู ขว้างสสิรานี่ตอบว่า “ผมไม่เคยมองเห็นนักฟุตบอลแบบลูกาข้ามาก่อนในเซเรียอา ไม่เคยมองเห็นเลยอีกทั้งกับเอซี มิลาน, อินเตอร์ , โรม่า หรือ ลาสิโอ”

      “เขาเป็นนักฟุตบอลที่กล้าแกร่งที่สุดคนหนึ่ง ผมถูกใจเขามากมายจริงๆผมว่าเขาร่างกายกล้าแกร่งกว่า มองวาน ซาขว้างต้า ของอตาลันต้าสองเท่าได้เลยมั้ง”

“นักฟุตบอลกลุ่มนี้ มีอะไรบางอย่างไม่ราวกับคนอื่นๆ เขาเป็นชนิดที่ทำประตูได้เยอะมากๆแล้วก็พาทีมชนะไปได้พร้อม”

“นักฟุตบอลอย่างลูกาข้า ถ้าหากพบกันตัวต่อตัวตายแน่ๆ คุณโดนอัดหล่นแน่นอนมันคงไม่เป็นอันตรายกว่า หากคุณจะโยนกล้วยสัก 10 ผล ให้เขารับประทานแทน เพื่อเอาชีวิตรอด”

      หากพวกเราฟังมอง ก็จะรู้สึกได้โดยทันทีว่า เฮ้ย มันน่าตกใจ มันเป็นการแบ่งผิวแบบสุดๆเลย ไปด่าทอลูกาข้าราวกับเป็นลิงคิงคองถูกใจรับประทานกล้วย แต่ว่าขว้างสสิรานี่ กล่าวอย่างไม่ทันคิดอะไร กระทั่งเมื่อได้รับฟีดแบ็กจากแฟนคลับทางบ้าน ถึงได้ทราบว่าสิ่งที่เขากล่าวไป มันเป็นการแบ่งผิวแบบแจ่มกระจ่างมากมาย ก่อนที่จะเรื่องจะแผ่ขยายแย่ลงกว่าเดิม ฟาบิโอ ราเวซซานี่ ผู้บริหารสถานี จะต้องออกมากล่าวขออภัยในทันที รวมทั้งรับรองว่า คนพูด จะมิได้กลับมาจัดรายการอีกที เป็นครั้งที่ 2

      เรื่องการเรียกคนดำว่าเป็นลิง ตั้งแต่ลูกาฉันย้ายมาอิตาลี นี่ไม่ใช่คราวแรก ย้อนกลับไปในเกม ที่อินเตอร์ มิลาน ชนะกายาปรี่ 2-1 ต้นเดือนก.ย. เกมนั้นลูกาเราซัดจุดลูกโทษช่วยทำให้กลุ่มงูใหญ่คว้าชัยได้เสร็จ ระหว่างการยิงจุดลูกโทษ แฟนคลับกายาปรี่ ทำเสียงร้องเป็นลิง เจี๊ชูๆล้อเลียนลูกาเรา ซึ่งพอลูกากูยิงเข้า สหายร่วมกลุ่ม ไม่ลาน สคริเนียร์ จะต้องเอามือมาจุ๊ปาก เพื่อบอกแฟนคลับกายาปรี่ว่าเฉยๆเหอะ ข้างหลังโดนดูหมิ่นเหยียดหยาม ลูกาเราลงกล่าวใน IG เขาพูดว่า นึกว่าปี 2019 ความนึกคิดของคนจะก้าวไปด้านหน้า แม้กระนั้นไม่เลย ผู้คนกลับเดินถอยหลัง และก็การแบ่งผิวก็มิได้ต่ำลงจากเดิม

Italy

                “ สนใจเข้าร่วมเดิมพันฟุตบอล ufabet1688 คลิก ”

      สำหรับลูกาข้า นี่เป็นประสบการณ์ใหม่ เพราะเหตุว่าตอนอยู่ที่อังกฤษ เขาไม่เคยพบการแบ่งผิวมาก่อน เพราะเหตุไรกล้วยกับลิง ถึงเป็นเครื่องหมายของการแบ่งผิวไปได้? มีการพินิจพิจารณากันไว้ ว่าชาวตะวันตก ใช้เครื่องหมายของลิง สำหรับในการติดต่อถึงสิ่งมีชีวิตที่มีเพียงแต่กำลัง แม้กระนั้นไม่มีอารยธรรม

      ย้อนกลับไปตั้งแต่ยุคกรีกโบราณ เพลโต ปราชญคนดัง พูดว่าพวกลิงมีรูปพรรณสัณฐานที่น่าเกลียดน่าสยดสยอง ต่างจากมนุษย์ที่ใกล้พระผู้เป็นเจ้า จะมีรูปร่างที่งามมากยิ่งกว่า ศตวรรษที่ 17 ฌอง โบแด็ง ผู้รู้ชาวประเทศฝรั่งเศส ได้เขียนถึงทวีปแอฟริกาว่า “เป็นภูมิภาคที่มนุษย์และก็สัตว์ป่าสามารถอยู่ร่วมกันได้”

โดยคำว่าสัตว์ป่าที่โบแด็งสื่อถึง มิได้ซึ่งก็คือสัตว์จริงๆแม้กระนั้นหมายความว่าคนดำ

      ไปสู่สมัยประมาณ1-2 ร้อยปีที่ล่วงเลยไป ความรู้สึกของคนผิวขาว ที่มีต่อคนดำก็มิได้แปรไปมากมาย โน่นเป็น คิดว่าคนดำไม่มีอารยธรรม มีแม้กระนั้นกำลัง ฉะนั้นก็เลยเหมาะสมกับงานที่ใช้แรงเพียงอย่างเดียว

คนขาว = มนุษย์ = มีการเล่าเรียน มีสมอง

คนดำ = ลิง = ไร้การศึกษา มีแต่ว่ากำลัง

      นี่เป็นการเปรียบเทียบกล้วยๆรวมทั้งสิ่งที่ลิงถูกใจก็คือกล้วย โดยเหตุนี้กล้วยก็เลยเป็นเครื่องหมายของการดูหมิ่นเหยียดหยามคนผิวดำไปโดยปริยายเป็นที่รู้กันว่า ถ้าเกิดใช้ลิง กับกล้วยเมื่อไร เป็นดูถูกผิวเมื่อนั้น ไม่อาจจะแก้ตัวอะไรได้เลยสำหรับในแวดวงบอล เรื่องกล้วยกับลิงนี่มีมานานมากๆเท่าที่มีการบันทึกเป็นในปี 1920 สื่ออาร์เจนตำหนิน่า จะเรียกนักฟุตบอลบราซิลว่า “มากากีโตส” หรือ “ไอ้พวกลิง”

      อย่างที่รู้กันเป็น อาร์เจนว่ากล่าวน่า กับบราซิล เป็นสองชาติที่เป็นคู่ปรับเบอร์ต้นๆของโลก แล้วก็อาร์เจนติเตียนน่าที่มวลชนเป็นผิวขาว ก็จะไปแขวะกลุ่มชาติบราซิลที่มีนักเตะผิวดำเป็นแกนหลัก ว่าเป็นไอ้พวกลิงไม่มีวัฒนธรรม เรื่องราวเรื่องกล้วย กับนักเตะนั้นมีมาเรื่อยยิ่งในสมัยก่อน มิได้มีการรณรงค์อย่างเอาจริงเอาจัง เพราะเหตุว่าไม่คิดว่าเกิดเรื่องร้ายแรงอะไร ทำให้นักฟุตบอลผิวดำก็ได้แต่ว่าเก็บความโกรธแค้นไว้ภายในดวงใจ

หนึ่งในรูปภาพคลาสสิคที่สุดในแวดวงบอลอังกฤษ เป็นเกมเมอร์ซีไซด์ ดาร์บี้ ปี 1988 แฟนบอลเอฟเวอร์ตัน โยนกล้วยลงมาสู่สนาม เพื่อแบ่งผิวจอห์น บาร์นส์ ดาวเตะของหงส์แดง ซึ่งเขาก็ตอกส้นกล้วยผลนั้นออกไปจากสนาม

คนดำอย่างจอห์น บาร์นส์ ทำอะไรมิได้ก็ได้แม้กระนั้นจำเป็นต้องทรหดอดทนกับเรื่องที่เกิดขึ้นไปก็เพียงแค่นั้น

      “สำหรับนักฟุตบอลผิวดำทุกคนในสมัย 80 พวกเขาจำต้องพบเพลงด่าทอเกี่ยวกับการแบ่งผิว รวมทั้งการโยนกล้วยลงไปในสนาม ซึ่ง ณ เวลานั้น มันเป็นสิ่งเป็นที่ยอมรับได้ในบอลอังกฤษ”

      ที่อังกฤษนั้น การแบ่งผิวในแวดวงบอลทุเลาลงได้ เพราะเหตุว่าผู้ที่เกี่ยวข้องเห็นว่ามันเกิดเรื่องใหญ่ มีการตั้งหน่วยงานอย่าง Kick it out (เตะการแบ่งผิวออกไป) เพื่อเปลี่ยนแปลงทัศนคติของมนุษย์ว่า มันไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่จะมาลบหลู่ดูหมิ่นคนอื่นๆ ในเรื่องที่เขาเปลี่ยนอะไรมิได้ ดังเช่นว่าสีผิวฯลฯ

      ถึงแม้ที่อังกฤษเหตุการณ์การแบ่งผิวจะดียิ่งขึ้น แต่ว่าในหลายๆประเทศที่ยุโรป ปัญหายังคงอยู่ เป็นไม่จำเป็นว่าคนดำจะรุ่งเรืองก้าวหน้าขนาดไหนในชีวิตจริง แต่ว่าในสนามฟุตบอล พวกเขายังสามารถโดนเปรียบเป็นลิงที่ไม่มีอารยธรรมได้ตลอดระยะเวลา สำหรับเคสดังๆที่ผ่านมาพวกเรามองเห็น ดานี่ อัลเวส โดนโยนกล้วยใส่ ยุคเล่นให้บาร์เซโลน่า , โรกางร์โต้ คาร์ลอส โดนโยนกล้วยใส่ ตอนอยู่อันจิ มาค้างชค้างล่า

หรือปิเครื่องปรับอากาศ-เอเมริก โอบาเมย็อง โดนโยนเปลือกกล้วยใส่ ในเกมกับสเปอร์ส

      รวมถึง มาริโอ บาโลเตลลี่ ตอนเล่นอยู่กับนีซ เคยโดนแฟนบอลคู่อริทำเสียง “อุอุอุ” (แบบกอริลล่า) ใส่มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน ความรู้สึกการโดนแบ่งผิว ชอบฝังลึกลงไปในใจของนักฟุตบอลผิวดำเกือบทุกคนไปถามผู้ใด ใครกันแน่ก็จะกล่าวว่า เคยโดน Abuse หรือรังแกทางคำบอกเล่ามาแล้วทั้งหมด

      กลับไปที่อิตาลี ข้างหลังเรื่องที่ลูกาเรา โดนแฟนกายาปรี่ดูถูกผิว จุดที่น่าดึงดูดเป็นแฟนบอลที่อิตาลีคิดว่า การดุด่าเป็นลิง ไม่ใช่การดูถูกผิว ถ้อยแถลงจากกรุ๊ปอุลตร้า เคอร์ว่านอร์ด ของอินเตอร์ มิลาน แทนที่จะจู่โจมฝั่งกายาปรี่ แม้กระนั้นไม่เลย พวกเขาปกป้องรักษาแฟนบอลกายาปรี่ แล้วก็พูดว่า ลูกาฉันควรจะรู้เรื่องวัฒนธรรมของบอลอิตาลีมากยิ่งกว่านี้

      “พวกเราเศร้าใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นที่กายาปรี่ แต่ว่าที่อิตาลีคุณจะต้องรู้เรื่องก่อนว่า พวกเราไม่ราวกับยุโรปชาติอื่นๆที่มีปัญหาดูถูกผิวจริงๆ”

      “พวกเรารู้เรื่องว่ามันดูอย่างกับว่าการดูถูกผิว แต่ว่ามันไม่ใช่แบบงั้น เป็นพวกเราใช้การ “ด่า” กลุ่มอื่น เพื่อช่วยกลุ่มพวกเราทางอ้อม พวกเราจะทำเช่นไรก็ได้ ให้คู่ปรับรู้สึกกังวล และไม่สุขใจ จุดมุ่งหมายไม่ใช่การแบ่งผิว แม้กระนั้นเป็นการทำลายสมาธิของพวกเขา”

      “พวกเราเป็นแฟนบอลเป็นที่ยอมรับผู้เล่นไม่ว่าจะมาจากไหน แต่ พวกเราใช้แนวทางการด่าอย่างนี้กับคู่ปรับกลุ่มอื่นมาตลอด และก็จะใช้มันถัดไปในอนาคตด้วย”

      “แม้กระนั้นโน่นก็มิได้แปลว่าพวกเราเป็นพวกดูถูกผิว แล้วก็แฟนคลับของกายาปรี่ก็อาจจะไม่ใช่เหมือนกัน”

เมื่อแฟนบอลพันธุ์แท้ของอินเตอร์ ออกมาคำแถลงอย่างงี้ มันก็เลยกำเนิดปัญหาขึ้นว่า การดูหมิ่นเหยียดหยามผู้อื่นด้วยคำกล่าว แม้กระนั้นพูดว่าจริงๆมิได้เจตนาแบบงั้น มันสามารถทำเป็นหรอ? แล้วการจัดการกับปัญหาที่ถูก แฟนบอลควรจะเลิกกล่าวหัวข้อเรื่องสีผิวไปเลย หรือตัวนักฟุตบอลควรจะเห็นด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นให้ได้ แบบไหนเป็นทางออกที่ดีมากกว่ากันแน่

      ข้อคิดเห็นที่น่าไตร่ตรอง ในแวดวงบอลอิตาลีที่การแบ่งผิวยังมีอยู่จำนวนมาก ทั้งที่ชาติอื่นจัดว่าต่ำลงมากมายๆแล้ว

บางครั้งก็อาจจะเป็นเพราะว่าเรื่องทัศนคติในเรื่องสีผิวของคนอิตาลีเอง ที่ไม่คิดว่ามันเป็นใจความสำคัญใหญ่ เมื่อพวกเขาไม่คิดว่ามันเกิดเรื่องไม่ถูกอะไรแต่แรกเริ่ม ก็สามารถกล่าวอะไรก็ได้ หากแม้สังคมโลกจะไม่เห็นพ้องก็ตาม ฉะนั้นนักฟุตบอลผิวดำในอิตาลี ก็อาจจะจำต้องทรหดอดทนกับเรื่องที่เกิดขึ้นถัดไป

      จากเรื่องที่เควิน ปรินซ์-บัวเต็ง นักฟุตบอลเอซี มิลาน โดนแบ่งผิวตลอดเกม จนกระทั่งหยุดเล่นบอลในเกมเตรียมพร้อมเมื่อปี 2013 แล้วเดินออกมาจากสนามไปเลย มาถึงเรื่องที่มอยเซ่ คีน กองหน้าของยูเว่ โดนแฟนกายาปรี่โห่ใส่ แม้กระนั้นรุ่นพี่ในกลุ่มลีโอท้องนาร์โด โบนุชชี่ แทนที่จะปกป้องรักษาคีน แม้กระนั้นเขาดูในมุมของคนอิตาลี แล้วพูดว่าหัวข้อนี้ ก็รู้เรื่องแฟนบอลเช่นเดียวกัน เหตุของซุลเลย์ มุนตาปรี่ ในปี 2017 ยุคเล่นอยู่กับเปสติดอยู่ร่า เขาโดนแฟนบอลดูถูกผิวตลอดเกม แต่ว่าเพียงพอไปต่อต้านผู้ตัดสินกลับโดนใบเหลืองที่ 2 ไล่ออกไปจากสนามแทนซะแบบงั้น โดยที่ผู้ตัดสินมิได้ช่วยจัดแจงประเด็นการแบ่งผิวเลย สถานะการณ์ของติดอยู่ลิดู คูลิบาลี่ ที่โดนแฟนอินเตอร์ มิลานทำเสียงลิงไล่ตลอดเกม กระทั่งเจ้าตัวจะต้องเดินออกมาจากสนามด้วยความคับโกรธแค้น

      มาจนกระทั่งเคสของโรเมลู ลูกาเรา ในคราวนี้ ซึ่งก็แน่ๆว่า คงจะไม่ใช่เหตุท้ายที่สุด เพราะว่าการจะเปลี่ยนแปลงความคิดของคนภายในประเทศได้ มันไม่ใช่ง่ายจริงๆ ไม่แปลกที่นักฟุตบอลผิวดำหลายท่านจะคิดมาก ว่าจะย้ายมาเล่นใน Italy ดีไหม เพราะเหตุว่าพวกเขารู้อยู่แล้วว่าจะพบกับอะไร เล่นบอลไป โดนดุไป แถมไม่มีผู้ใดช่วยอะไรได้ เพราะเหตุว่าแฟนบอลทั่วประเทศมิได้มีความเห็นว่ามันคือปัญหา เป็นพบดุทุกแมตช์ที่ลงเล่นแบบงี้ สำหรับคนโดนปฏิบัติ มันก็คงจะไม่สนุกเท่าไรหรอกนะ ว่าไหม

สนับสนุนข่าวโดย carrefourprochesaidants

Courtois

ตนเองถูกหมด! Courtois เปิดเผยเหตุหงุดหงิดใส่อาซาร์

      ตำหนิโบต์ Courtois นายด่าน เรอัล มาดริด เปิดเผยเหตุผลที่ตนหงุดหงิดใส่ เอแด็น อาซาร์ ผู้นำกองทัพค่าจ้างแพง ในแมตช์ที่เชือด เลบันเต้ เกมลีกเมื่อวันเสาร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา โดยเจาะจงเป็นด้วยเหตุว่าลำแข้งเพื่อนร่วมชาติดันทำบอลเสียถึงสองครั้งในเกมนี้

      ว่ากล่าวโบต์ เราร์กตัวส์ ผู้เฝ้าประตูชาวเบลเยียม “พระราชาชุดขาว” เรอัล มาดริด สารภาพตนอารมณ์เสียสุดๆใส่ เอแด็น อาซาร์ เพลย์เมกเกอร์จอมเคล็ดวิธี ข้างหลังหน้าแข้งเพื่อนร่วมชาติทำบอลเสียในแมตช์ที่เชือดชนะ เลบันเต้ 3-2 ที่สนามซานว่ากล่าวอาโก้ เบร์ท้องนาเบว เกมลา ลีกา เมื่อวันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

      เรอัล มาดริด ทำผลงานได้อย่างสะดุดตาเมื่อพวกเขาทำคะแนนนำแขก 3-0 ในตอนครึ่งแรก โดยจะต้องขอบคุณมาก ติดอยู่ขอบ เบนเซม่าที่ซัด 2 ประตู และก็อีกลูกมาจาก ติดอยู่เซไม่โร่ อย่างไรก็ดีในช่วงหลังผู้จัดการทีมฟุตบอลซีเนดีน ซีดาน สลับตัว ค้างเซไม่โร่ ออกโดยส่ง อาซาร์ ลงในสนามแทน แต่ว่าแปลงเป็นว่า เลบันเต้ คืนฟอร์มไล่ยิง 2 ประตูรวด

Courtois

“ สนใจเข้าร่วมเดิมพันฟุตบอล ufabet1688 คลิก ”

      สำหรับฟอร์มของ อาซาร์ ซึ่งพึ่งจะหายจากอาการบาดเจ็นต้นขาที่ได้รับในตอนปรีฤดูกาล ยังไม่ค่อยน่าประทับใจมากสักเท่าไรนัก โดย ข้าร์กตัวส์ ที่เคยเล่นร่วมกับ สตาร์ทีมชาติเบลเยียม ยุคที่ยังค้าแขังกับ “สิงโตสีน้ำเงินคราม” เชลซี เปิดเผยว่าตนโคตรขุ่นเคืองในตอนที่ อาซาร์ ทำบอลเสีย

      เขาแทบทำประตูได้ในช่วงเวลาที่เล่นเกมรุก เขาชอบลากบอลไปด้วยความเร็วสูง มันเป็นสิ่งที่เขาทำเป็นเสมอ แต่ว่าผมไม่สบอารมณ์อย่างแรงใส่เขาเพราะว่าเขาดันทำบอลเสียถึงสองครั้ง”  Courtois สมัยก่อนนายด่าน “ยี่ห้อหมี” แอตเลตำหนิโก มาดริด กล่าวตบท้าย

สนับสนุนข่าวโดย carrefourprochesaidants

Guardiola

ไม่ธรรมดา!เป๊ป Guardiola กล่าวยินดีกับนอริชข้างหลังล้มแมนซิตี้

      Guardiola ที่ปรึกษา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยินดีกับ นอริช สิตี้ ซึ่งสามารถล้มกลุ่มตนได้ในเกมเมื่อคืนนี้วันเสาร์ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ดูคู่แข่งขันใช้จังหวะไม่สิ้นเปลืองสำหรับเพื่อการจบสกอร์ พร้อมลั่นไม่แคร์ที่เวลานี้ถูก หงส์แดง ทิ้งห่าง 5 แต้ม

      เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้จัดการทีมฟุตบอล แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวยินดีกับกลุ่มคู่ปรับอย่าง นอริช สิตี้ ซึ่งสามารถพลิกล็อกเอาชนะกลุ่มตนได้ด้วยสกอร์ 3-2 ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่สนาม สนใจโรว์ โร้ด เมื่อวันเสาร์ที่ 14 ก.ย. ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา

      นอริช มีปัญหานักฟุตบอลเจ็บคนจำนวนไม่น้อย จนถึงเกมนี้ที่ปรึกษา ดาเนี่ยล ฟาร์เค่ จำเป็นต้องใส่ชื่อผู้เฝ้าประตูถึงสองคนภายในกรุ๊ปผู้เล่นตัวสำรอง เพื่อเต็มโควตา แต่ว่าท้ายที่สุดกองทัพ “นกขมิ้นเหลืองอ่อน” ก็สร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการล้มกลุ่มแชมป์เก่าอย่าง “เรือใบสีฟ้า”ได้

      “บางทีเกมอย่างงี้มันสามารถเกิดขึ้นได้ พวกเรามีโอกาสอย่างมากมาย แม้กระนั้นทำกันมิได้เอง ซึ่งก็จะต้องขอแสดงความยินดีกับ นอริช ด้วย บอลมันก็เป็นอย่างงี้ล่ะ วันนี้พวกเราได้โอกาสทำคะแนนมาก ในขณะที่พวกเขาได้โอกาสเพียงแค่สามหรือสี่ครั้ง แม้กระนั้นทำเป็นถึงสามประตู”

Guardiola

                “ สนใจเข้าร่วมเดิมพันฟุตบอล ufabet1688 คลิก ”

      “ประตูแรกมาจากการที่พวกเราตั้งรับลูกเซตพีซได้ไม่ดี, ประตูลำดับที่สองมาจากการโดนเกมสวนกลับเร็ว รวมทั้งประตูลำดับที่สามเป็นด้วยเหตุว่าความบกพร่องของเราเอง แม้กระนั้นพวกเรารู้สึกตัวพวกเราเองดี, พวกเราทราบว่าพวกเราทำอะไรลงไป รวมทั้งพวกเราก็รู้ว่าพวกเราจึงควรทำอะไรต่อ” ที่ปรึกษาชาวสแปนิชวัย 48 ปี กล่าว

      การพ่ายแพ้คราวนี้ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ที่รั้งชั้นสอง มีคะแนนตามหลัง หงส์แดง กลุ่มหัวหน้าฝูงถึง 5 แต้ม แต่ว่า Guardiolaมิได้ตั้งใจอะไรมากมายกับช่องว่างดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น เหตุเพราะพึ่งอยู่ในตอนต้นฤดูเพียงแค่นั้น

      พวกเรากตัญญูภาพของกลุ่มคู่แข่งขันพวกเราอย่างดีเยี่ยม ไม่ใช่แค่กับ หงส์แดง หรอก ห้าแต้มก็ห้าแต้มสิ แต่ว่านี่พวกเราเพิ่งจะอยู่ในตอนกันยายนแค่นั้น แล้วก็ในขณะนี้พวกเราก็ดูไปที่เกมต่อๆไป ที่จะจำเป็นต้องพบกับ ชัคตาร์ ต่อด้วย วัตฟอร์ด” อดีตกาลนายใหญ่ บาร์เซโลน่า รวมทั้ง บาเยิร์น มิวนิค กำหนด

สนับสนุนข่าวโดย carrefourprochesaidants

False9

False9 เป็นอย่างไร ตรงนี้มีคำตอบให้

      ตำแหน่งกองหน้า  False9 จะมีบทบาทวิธีการทำประตูเป็นหลัก แม้กระนั้นในตอนนี้ กองหน้าก็ใช่ว่าจะมีบทบาททำคะแนนสิ่งเดียวเสมอ หน้าที่ของกองหน้าก็ยังมีหน้าที่หน้าที่แตกออกเป็นเบ็ดเตล็ดไปอีก ตามแท็กว่ากล่าวคของบอลยุคใหม่

ซึ่งหนึ่งในหน้าที่ที่ว่านี้ก็คือ False9เป็นยังไง

      พวกเรามาแปลแยกคำครั้งละตัวเพื่อรู้เรื่องกันว่า แต่ละคำสื่อความหมายของมันเป็นยังไงบ้าง

False หมายความว่า “เท็จ” ซึ่งเป็ที่นคำตรงกันข้ามของคำว่า True ที่หมายความว่า “จริง”

เลข 9 เป็น เบอร์เสื้อของตำแหน่งกองหน้าที่นิยมใส่กัน

      พอเพียงเอา 2 คำที่ว่านี้มารวมกันแล้ว แล้วก็แปลกันอีกหน ก็จะได้คำว่าFalse9 “กองจอมเลียนแบบ”

หน้าที่ของกองจอมเลียนแบบก็คือ แนวทางการทำหน้าที่รอป่วนปั่นแผงกองหลังศัตรู หรือปั่นประสาทได้ให้กับกองหลัง

      โดยการวิ่งหาวิถีทางการหลอกลวงล่อกองหลังให้งง เพื่อเสียสมาธิจนถึงเสียพื้นที่การยืนตำแหน่ง จนกระทั่งเปิดพื้นที่ให้กับกองหน้าตัวจบสกอร์ หรือตำแหน่งอื่นๆสามารถเข้าไปทำคะแนนได้อย่างสะดวกสบาย

รวมทั้งยังสามารถต่อบอลเชื่อมเกม ให้กับเพื่อนพ้องร่วมกลุ่มได้เล่นอย่างง่ายดายอีกด้วย

      แต่ว่าถ้าหากเมื่อใด ที่กองหลังเผลอ หรือปลดปล่อยให้ False9มีพื้นที่แล้วก็มีจังหวะแนวทางการทำประตู กองหลังก็สามารถโดนประหารได้เช่นเดียวกัน

      โดยสิ่งที่ทำให้เกิดหน้าที่ False9นั้น ตอนแรกมาจาก ลูเซียโน่ สปัลเล็ตว่ากล่าว ตอนยุคคุมโรม่า ที่อยากให้พระราชโอรสสุนัขป่าที่กรุงโรมที่มีนามว่า ฟรานเชสเก๋ ต๊อตตำหนิ ได้ไปยืนเล่นกองหน้าคู่กับ ภรรยาร์โก้เก๋ วูชินิช รอติดต่อประสานงานให้ วูชินิช ได้ทำแต้มอย่างราบรื่น โดยการเชื่อมเกมต่อบอล แล้วก็หลอกกองหลังฝั่งตรงข้ามได้

       (แรกเริ่มก่อนหน้านั้น ต๊อตตำหนิ เคยเล่นเป็นกองกึ่งกลางหน้าที่ playmaker ก็เลยมีความชำนาญการจ่ายบอลที่ถูกต้องแม่นยำมาแล้วประจำตัวมาแล้ว ก็เลยทำให้การแอสสิสในดินแดนหน้ามีคุณภาพเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ)

False9

                “ สนใจเข้าร่วมเดิมพันฟุตบอล ufabet1688 คลิก ”

       แต่ว่าหน้าที่ False9มาแจ่มชัดเพิ่มขึ้นตอน โจเซ็ป “เป็ป” กวาดิโอล่า ยุคที่คุมบาร์เซโลน่า ที่ปรารถนาให้ดาวรุ่งว่าที่บัลลงดอร์ตอนนั้นอย่าง “ลิโอเนล เมสซี่” ที่มีกำลังความเร็วรวมทั้งความคล่องตัวอยู่แล้ว ได้ให้ปฏิบัติภารกิจการวิ่งแหวกแนวรับให้แตกกระเจิดกระเจิง แล้วให้กองหน้าตัวจบสกอร์ได้ประหารอย่างสบาย

       แม้กระนั้นเคสแบบอย่างที่ดีที่สุดที่จะชูมานั้น เป็นตอนเรื่องบอลโลกปี 2010 ที่ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ผู้จัดการทีมกลุ่มชาติประเทศสเปนตอนนั้น ได้ให้ “เชส ฟราเบรกาส” ได้ไปยืนตำแหน่งหน้าเป้า (เนื่องจากว่าในเวลานั้นกองหน้าตัวจบสกอร์อย่าง ดาวิด บีคุณย่า แล้วก็ โคนเรส นั้นต่างพากันเจ็บพร้อม)

รอติดต่อประสานงานในตำแหน่งดินแดนหน้า แล้วก็เปิดพื้นที่ให้กับเพื่อนฝูงร่วมกลุ่มได้จบสกอร์กัน

จนกระทั่งพาทีมชาติประเทศสเปนคว้าชัยชนะโลกในปีนั้นได้อย่างงดงาม

แบบอย่างนักฟุตบอลในหน้าที่ตำแหน่งนี้ก็คือ

ลิโอเนล เมสซี่ นักฟุตบอลผู้ครอบครองบัลลงดอร์ 5 ยุค ขึ้นตรงต่อกลุ่ม บาร์เซโลน่า

เชส ฟราเบรกาส ตอนพาทีมชาติประเทศสเปนครอบครองแชมป์โลก 2010 รวมทั้งแชมป์ยูโร 2012

รวมทั้งหากใครกันแน่เป็นแฟนลิเวอร์พูล จำเป็นต้องรู้จักกองหน้าชาวบราซิลเลียนที่มีชื่อว่า โรเบิร์ตโต้ ฟีร์ไม่โน่

คนที่เป็นไปได้ทั้งยัง กองหน้าตัวเป้า แล้วก็กองหน้าตัวหลอกในขณะเดียวกัน

ถ้าเกิดเทียบกองหน้าตัวจบสกอร์ เป็นแสงไฟจากดวงอาทิตย์ที่เฉิดฉันให้กับกลุ่มสำหรับเพื่อการจบสกอร์ อย่างแวววาว

       False9 นั้นก็เปรียบได้เสมือนดั่งเงารัตติ ที่รอตามหลอกศัตรูให้สั่นประสาท แล้วก็ซัพพอร์ตให้กับสหายร่วมกลุ่มได้เฉิดฉันสำหรับในการเล่นได้อย่างมีคุณภาพ ด้วยเหมือนกัน

สนับสนุนข่าวโดย carrefourprochesaidants

Ramos

เซอร์จิโอ้ Ramos ป้อมปราการข้างหลังกัปตันกลุ่มเรอัล มาดริด

      ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเค้ารู้สึกว่าฟาน ไดจ์คสมควรที่กำลังจะได้รางวัลบัลลงดอร์ โดย Ramos พูดว่า “ถ้าหากฟาน ไดจ์คคว้าบัลลงดอร์มาได้ เค้าก็สมควรที่กำลังจะได้รับมัน ในฐานะผู้เล่นเกมรับ มันเกิดเรื่องยากที่กำลังจะได้รางวัลนี้ ดูอย่างกับว่าขณะนี้ไม่ใช่แค่เมสซี่แล้วก็โรนัลโด้ที่กำลังจะได้รางวัลนี้ มันเริ่มเปิดช่องให้คนอื่นแต่ว่าเพียงพอมาลองคิดดูดีๆนักฟุตบอลประเทศสเปนไม่เคยได้รางวัลนี้เลยนะ เอาจริงเอาจังๆมันเป็นรางวัลเฉพาะบุคคล แล้วก็พวกเราไม่ทราบว่าพวกเราจะเอาอะไรมาเป็นตัววินิจฉัย”

      เสริมนิดเดียว อันที่จริงแล้วเคยมีนักเตะประเทศสเปนได้รางวัลนี้นะ ก็คือฝ่าซ์ ซัวเรส แล้วก็ดิ สเตฟาโน่ ตอนปี 1957-1960 โน่นเลย ซึ่งมันก็นานนมแล้ว ไม่แปลกที่รามอสจะบอกว่าไม่มีนักฟุตบอลประเทศสเปนได้รางวัลนี้เลย

      พูดขวานผ่าซากว่าแอบชอบใจนะที่รามอสออกมากล่าวอย่างนี้ เพราะว่าเค้าเป็นกองหลังที่ผู้คนจำนวนมากชื่นชมให้เป็นกองข้างหลังที่ดีเยี่ยมที่สุดคนนึงของโลกในยุคนี้เลย ซึ่งพอเพียงมันเป็นคำพูดคำจาฟันกรามอส มันทรงอิทธิพลอยู่นะ เพราะว่ากองหลังที่ขึ้นชื่อว่าดีเยี่ยมที่สุดคนนึง ออกมาบอกว่ามีกองหลังที่น่าจะได้รับรางวัลนี้ หมายถึงฟาน ไดจ์ค มันเสมือนการการันแปลความสามารถให้กับฟาน ไดจ์คอย่างหนึ่งเลย

Ramos

  “ สนใจเข้าร่วมเดิมพันฟุตบอล ufabet1688 คลิก ”

      แต่ว่าก็อย่างที่ Ramos บอก การที่กองหลังจะได้รางวัลนี้ ไม่ใช่สิ่งที่ทำกันได้ง่ายๆและไม่ได้มองเห็นกันเป็นประจำซึ่งถ้าเกิดฟาน ไดจ์คได้รางวัลนี้จริงๆมันก็ถือได้ว่าอะไรที่พิเศษมากมายๆเลย แถมเป็นเอาชนะนักฟุตบอลอย่างโรนัลโด้รวมทั้งเมสซี่อีก แม้กระนั้นถ้าหากมิได้ถามคำถามว่ามีอะไรเสียหายมั้ย ส่วนตัวก็เห็นว่าไม่หรอกนะ แต่ว่ามั่นใจว่านักฟุตบอลก็คงจะอยากได้รางวัลนี้อย่างแน่แท้

      ลองนึกถึงว่าผ่านไปอีกซัก 10-20 ปี มีคนพูดถึงฟาน ไดจ์ค โดยกล่าวว่า “เค้าเป็นกองหลังซึ่งสามารถแทรกเมสซี่แล้วก็โรนัลโด้ขึ้นไปคว้าบัลลงดอร์ได้เสร็จ” ลองคิดดูว่ามันจะโก้เก๋แล้วก็มองยิ่งใหญ่มากแค่ไหน ในที่สุดรวมทั้งตามลุ้นตามเชียร์กันถัดไปว่าฟาน ไดจ์ค จะสามารถสร้างเกียรติยศด้วยการครอบครองรางวัลนี้มาครอบครองได้หรือเปล่า

สนับสนุนข่าวโดย carrefourprochesaidants

Virgil

เปิดเผยเหตุผล Virgil อัพค่าตอบแทนบานเพราะว่าแมนยู

       สื่อผู้ดีเปิดเผยหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ หงส์แดง อัพค่าแรงก้อนโต Virgil ฟาน ไดค์ เนื่องจากว่าการย้ายกลุ่มของ แฮร์รี่ แม็กแกว่งร์ ที่ล่ำลา เลสเตอร์ ไปอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ในตอนซัมเมอร์ก่อนหน้าที่ผ่านมา

      เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ป้อมปราการข้างหลัง หงส์แดง กลายเป็นข่าวสารว่า บรรลุกติกาต่อสัญญาช่วงเวลา 6 ปีกับ “ลิเวอร์พูล” ไปจนกระทั่งปี 2025 เป็นที่เป็นระเบียบแล้ว และก็จะได้ค่าแรงงานมากขึ้นเป็น 200,000 ปอนด์ (ราว 7.4 ล้านบาท) ต่ออาทิตย์

      ข้อตกลงฉบับเดิมของกองข้างหลังกลุ่มชาติฮอลแลนด์ วัย 28 ปี หมดในปี 2022 แล้วก็รับค่าแรงงานต่ออาทิตย์อยู่ที่ 125,000 ปอนด์ (ราว 4.62 ล้านบาท) แต่ ด้วยผลงานที่สุดยอดตั้งแต่แมื่อย้ายมาจาก เซาธ์หมูแฮมป์ตัน เมื่อปีที่ผ่านมา ทำให้ชมรมเขมรอบรางวัลทดแทนด้วยคำสัญญาฉบับใหม่

Virgil

“ สนใจเข้าร่วมเดิมพันฟุตบอล ufabet1688 คลิก ”

      ระหว่างที่ เดอะ ไม่ร์เรอร์ สื่ออังกฤษ กล่าวว่า การคุยเรื่องต่อสัญญาของ ฟาน ไดค์ มีขึ้นตั้งแต่ตอนต้นซัมเมอร์แล้ว แล้วก็การย้ายกลุ่มของ แฮร์รี่ แม็กแกว่งร์ กองหลังกลุ่มชาติอังกฤษ ที่ล่ำลา เลสเตอร์ สิตี้ ไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าจ้าง 80 ล้านปอนด์ (ราว 2,960 ล้านบาท) ก็ถูกดึงเอามายอดเยี่ยมในประเด็นของการสนทนาด้วย

      แม็กแกว่งร์ ได้ค่าแรงกับ “ภูติผีปีศาจแดง” อยู่ที่ 190,000 ปอนด์ (โดยประมาณ 7.03 ล้านบาท) ต่ออาทิตย์ ทำให้ทางผู้แทนของ Virgil เห็นว่า นักฟุตบอลในการควบคุมดูแลของตนเองควรได้ค่าแรงมากยิ่งกว่า เพราะว่าพิสูจน์ให้มองเห็นถึงความยอดเยี่ยมแล้ว ทำให้ “ลิเวอร์พูล” จำเป็นต้องเออออห่อหมกข้อเสนอแนะท้ายที่สุด

สนับสนุนข่าวโดย carrefourprochesaidants

Klopp

เดอะค็อปอยากมองเห็น! Klopp เมารั่วนำดอร์ทมุนด์แชมป์ลีก

      พบร์เก้น Klopp ที่ปรึกษาชาวเยอรมันของ “ลิเวอร์พูล” หงส์แดง เปิดเผยเรื่องสุดมันว่าเคยเมาหยำเปจนถึงจำอะไรมิได้เลยเมื่อนำ ดอร์ทมุนด์ ครอบครองแชมป์ลีกเสร็จในปี 2011โดยในขณะนั้นตื่นมาพบว่าตนเองอยู่บนรถบรรทุกในโรงรถ

      พบร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมฟุตบอลหงส์แดง ย้อนวันวานยังหวานยุคจับบังเหียนโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ว่าเคยสังสรรค์แบบหลุดโลกในเวลาที่นำ “เสือเหลือง” ได้แชมป์บุนเดสลีกา เยอรมนี เมื่อปี 2011 ถึงขั้นตื่นมาตอนเวลาเช้าแล้วเจอตนเองนอนอยู่บนรถบรรทุกในโรงรถ

      ผู้จัดการทีมฟุตบอลเลือดด๊อยท์ช สร้างชื่อแพร่สนั่นโลกด้วยการคว้าชัยชนะลีกสูงสุดเมืองเบียร์สดเป็นครั้งแรกในฐานะเทรนเนอร์ด้วยการนำ ดอร์ทมุนด์ บรรลุความสำเร็จอย่างยิ่งในช่วงฤดูกาลลำดับที่สามที่จับบังเหียน พร้อมทั้งจบฤดูกาลโดยมีแต้มทิ้งห่าง “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ถึง 7 คะแนน

      คล็อปป์ เปิดใจถึงการบรรลุผลในคราวนั้น แล้วก็การสังสรรค์แบบสุดๆว่า “ผมเมาจนถึงพูดไม่เข้าใจซึ่งสังเกตุได้จากการให้สัมภาษณ์บางช่วงแล้วก็ผมก็จำอะไรได้ไม่มากสักเท่าไรนัก ผมคิดออกเพียงแค่เรื่องเดียว ผมยังไม่มั่นใจว่าผมเคยบอกประเด็นนี้กับคนใดกันแน่หรือยัง ผมตื่นมาบนรถบรรทุกในโรงรถ ผู้เดียว ผมนึกออกเท่านั้น แม้กระนั้นผมจำอะไรมิได้เลยตอนหลายชั่วโมงก่อนหน้านั้น”

      ผมตื่นมา ไต่ออกมาจากรถบรรทุก รวมทั้งพบว่าตนเองอยู่ด้านในห้องขนาดใหญ่ในโรงงาน หลังจากนั้นผมก็เดินผ่านไปหลานึง และก็เห็นคนลางๆผมผิวปากเพราะเหตุว่าผมผิวปากเสียงดัง แล้วก็มองเห็นเงาลางๆเดินเข้ามาช้าๆแล้วต่อจากนั้นผมก็หยุดคอยรวมทั้งมองเห็น อากี้ วัตซ์เก้ (ฮันส์-โจอาคิม วัตซ์เก้ ซีอีโอโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)”

Klopp

“ สนใจเข้าร่วมเดิมพันฟุตบอล ufabet1688 คลิก ”

      ยิ่งกว่านั้น คล็อปป์ ยังเล่าประสบการณ์เดินทางสุดแปลกระหว่างตนเองกับ วัตซ์เก้ ด้วยการอาศัยรถยนต์บุคคลอื่นไป “อากี้ ขออาศัยรถยนต์เก่าๆไปด้วย มีชาวประเทศตุรกีเป็นผู้ขับ รวมทั้ง อากี้ ก็พูดว่า -พาพวกเราไปอิตาลีหน่อย- ชายคนนั้นตอบว่า ไม่ ผมไม่ขับพาพวกท่านไปตรงนั้นหรอก-“

      แล้ว อากี้ ก็ดึงเงินออกมาจากกระเป๋าตังค์ ปริมาณ 200 ยูโร (ราว 7,000 บาท) รวมทั้งพูดว่า -ให้นาย- เขามองเห็นเงินรวมทั้งตอบว่า -โอเค- อากี้ นั่งอยู่ข้างหน้า ผมอยู่ข้างหลัง ผมเอาหัวอิงข้างๆรถยนต์ ผมอ่อนล้าหน่อยเดียว และจากนั้นก็ได้ยิงเสียง -กุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก- มีอะไรอยู่ตรงนี้ ? ผมมีความรู้สึกว่าตนเองฝันไป แม้กระนั้นไม่ใช่ รถบรรทุกขนไก่มาเยอะไปหมด” Klopp เจาะจง

สนับสนุนข่าวโดย carrefourprochesaidants

Owen

Owen ชี้ความซื่อตรงไม่มีจริงในโลกบอล

       ไมเคิ่ล Owen เจาะจง ความซื่อนับว่าเป็นเรื่องเหลวไหลในโลกบอล และก็นักฟุตบอลผู้คนจำนวนมากก็มิได้ซื่อสัตย์ภักดีกับกลุ่มจริงๆพร้อมชี้ หงส์แดง ต้องการให้ สตีเว่น พบร์ราร์ด ย้ายออกจากกลุ่มตั้งแต่ปี 2013 ด้วย

      ไมเคิ่ล โอเว่น อดีตกาลยอดหัวหอกของ หงส์แดง สมาคมยักษ์ใหญ่ที่ศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ บอกว่าในโลกบอลนั้นความซื่อนับว่าเป็นเรื่องไม่เป็นเรื่อง แล้วก็นักฟุตบอลเกือบทุกคนก็มิได้มีความซื่อกับกลุ่มจริงๆ

      “เดอะ ค็อป” ชูให้ โอเว่น เป็นขวัญใจลำดับต้นๆของพวกเขา ขณะที่เจ้าตัวก้าวขึ้นมาจากอะคาเดมี่ของสมาพันธ์ รวมทั้งทำคะแนนให้กลุ่มชุดใหญ่ได้แบบมาก แต่ว่าแฟนบอล หงส์แดง นิดหน่อยก็ไม่ชอบใจในตัว โอเว่น อย่างมาก ในตอนที่เขาเลือกย้ายไปอยู่กับ เรอัล มาดริด

      ดังนี้ สาวก “ลิเวอร์พูล” ที่เกลียดชัง โอเว่น ก็มีมากขึ้นไปอีกเมื่อเขาเซ็นสัญญากับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คู่กรณีตัวฉกาจในปี 2009 โดยแฟนบอล หงส์แดง ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยชอบดุด่า โอเว่น ว่าปราศจากความภักดีกับกลุ่ม ต่างกับตำนานหลายท่าน ยกตัวอย่างเช่น สตีเว่น พบร์ราร์ด ที่เคยไม่ยอมรับจะย้ายไปอยู่กับ เชลซี ฯลฯ

      โอเว่น กล่าวผ่าน รีบู้ท – มาย ไลฟ์, มาย ไทม์ หนังสืออัตประวัติเล่นใหม่ของเขาว่า “ตลอดตอนอาชีพการเล่นของผมน่ะ ผมได้ยินแฟนบอลกล่าวเกี่ยวกับเรื่องที่ว่านักฟุตบอลใครซื่อตรง รวมทั้งผู้ใดไม่สัตย์ซื่อหลายครั้ง แม้กระนั้นสำหรับผมแล้วไอ้หลักสำคัญความซื่อตรงนี่มันโง่เง่าสิ้นดี แล้วก็ในมุมมองของผมน่ะนะ การที่แฟนบอลมีแนวความคิดอย่างนั้นอยู่เสมอนี่มันก็อย่างกับว่าคุณยึดติดอยู่กับยี่ห้อชมรมแบบหน้ามืดตามัวเลย”

      “ความเป็นจริงก็คือนักฟุตบอลคนไม่ใช่น้อยน่ะมิได้มีความภักดีราวกับอย่างที่แฟนบอลคิดกันหรอก ตราบเท่าที่พวกเขาอยู่กับสมาพันธ์ใดสมาคมหนึ่ง พวกเขาก็จะกล่าวว่าพวกเขาภักดีกับสมาพันธ์นั้นๆเป็นปกติ พวกเขาจึงควรทำอย่างงั้น แต่ว่าถ้ามีกลุ่มใหญ่มากยิ่งกว่าให้ข้อเสนอแนะระดับที่จะช่วยปรับชีวิตของพวกเขา แล้วก็ครอบครัวของเขาอยู่ดีมีสุขมากยิ่งกว่าเดิมแล้วล่ะก็ คุณก็จะได้มองเห็นในทันทีว่าโดยความเป็นจริงแล้วพวกเขาสุจริตเท่าไร (สื่อว่าถ้าเกิดมีข้อเสนอแนะใหญ่ๆเข้ามา นักฟุตบอลก็จะตกลงย้ายกลุ่มในทันที และไม่ได้ไม่คดโกงกับกลุ่มจริงๆ)”

      “หัวข้อของ พอล สวัวลส์ กับ ไรอัน กิ๊กส์ (2 ตำนานของ แมนฯ ยูไนเต็ด ที่เล่นให้ “ภูติผีปีศาจแดง” เพียงแค่กลุ่มเดียวตลอดอาชีพการค้าขายหน้าแข้ง) น่ะนะ เรื่องจริงก็คือพวกเขาอยู่กับกลุ่มต่อก็เพียงแค่เพราะเหตุว่ามันไม่มีตัวเลือกอื่นที่จะทำให้เหตุการณ์ของพวกเขาดียิ่งขึ้นก็เพียงแค่นั้น ขณะนั้น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มีดีพอที่จะได้แชมป์ทุกรายการ แล้วพวกเขาจะต้องการย้ายกลุ่มไปเพราะเหตุใดกัน ? ความซื่อของพวกเขาไม่เคยถูกทดลองก็เพราะเหตุว่ามันไม่จำเป็นที่จะต้องทดลองเลย”

Owen

                “ สนใจเข้าร่วมเดิมพันฟุตบอล ufabet1688 คลิก ”

      “เพราะเหตุนี้ การเป็นนักเตะมันก็เลยมิได้ขึ้นกับเรื่องความซื่อที่เป็นเพียงแต่ความศรัทธาลอยๆเพียงพอผมได้ดำเนินงานกับสื่ออย่างตอนนี้น่ะ ผมก็สามารถยกตัวอย่างให้พวกท่านฟังได้เลยว่ามันมีนักเตะสัก 1 โหลพอดีถูกเห็นว่าไม่คดโกงกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งซะอย่างยิ่ง แต่ว่าในความเป็นจริงแล้วเขาเกือบจะไม่สนใจเลยว่ากลุ่มจะชนะหรือแพ้ ความซื่อตรงเป็นเพียงแต่ของที่เอาไว้โชว์ให้มองโก้ๆเพียงแค่นั้น แต่ว่าแฟนคลับไม่ต้องการได้ยินคำกล่าวแบบงั้น”

      สมัยก่อนหน้าแข้งวัย 39 ปี เสริมว่าที่จริง หงส์แดง อยากให้ พบร์ราร์ด ย้ายออกจากกลุ่มตั้งแต่ปี 2013 ไม่ใช่ในปี 2015 โดยเวลานี้ พบร์ราร์ด ไปเล่นให้ ลอสแองเจลิส มึงแล็กซี่ “รายของ สตีวี่ น่ะนะ ผมขุนข้องหมองใจมากมายๆว่าเขาต้องการย้ายไปเล่นที่สหรัฐอเมริกา ในปี 2015 จริงๆรึเปล่า จะบอกให้ว่าผมได้ยินมาว่าสมาพันธ์ต้องการให้เขาออกมาจากกลุ่มตั้งแต่ 2 ปีกลายหน้านั้นด้วย”

       Owen ผมแน่ใจว่าเขาต้องการอยู่กับ หงส์แดง ไปจนถึงห้อยสตั๊ด เขาอาจจะพร้อมที่จะลงเล่นน้อยกว่าเดิมจนตราบเท่าไปถึงจุดที่เขาบางครั้งอาจจะถูกใส่ให้เป็นสตาฟฟ์ของกลุ่ม จริงอยู่ว่าในที่สุดแล้วเขาได้รับตำแหน่งสตาฟฟ์ของกลุ่มจริงๆ(แม้ว่าจะย้ายออกไปก็ตาม) แต่ว่าที่เขาได้รับตำแหน่งนั้นมันเป็นเนื่องจากว่าเขาเป็นหน้าเป็นตาของกลุ่ม แล้วก็มีอำนาจมากมายๆผมมั่นใจว่าเขาถูกบีบให้ออกจากกลุ่มเป็นระยะเวลาสั้นๆสตีเว่น นับว่าเป็นผู้ที่มีสถานะใหญ่มากยิ่งกว่าชมรมอย่างแท้จริง”

สนับสนุนข่าวโดย carrefourprochesaidants

Sánchez

ไม่เศร้าใจ! Sánchez ขอบคุณมากแมนยูถึงแม้ไม่ค่อยเปิดโอกาส

       อเล็กสิส Sánchez หัวหอกตัวยืม อินเตอร์ มิลาน ขอระบายความรู้สึกยุคอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ทำให้จำเป็นต้องล้มเหลวเนื่องจาก “ผีแดง” ไม่ค่อยมอบโอกาสลงไปในสนามสักเท่าไหร่ แม้กระนั้นรับรองไม่เคยเศร้าใจที่ย้ายมาใส่ชุด “เร้ด เดวิลส์”

      อเล็กสิส ซานเชซ กองหน้าชาวประเทศชิลี “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ยอดกลุ่มที่ศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ออกโรงจวก “ภูติผีปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สังกัดเดิมแม่ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ทำให้ตนล้มเหลวเนื่องมาจากไม่ยินยอมมอบโอกาสได้ลงสู่สนามมากเท่าไรนัก

      หัวหอกชาวประเทศชิลี ล้มเหลวไม่เป็นทางกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ทำให้เจ้าตัวอยากได้พิสูจน์ประสิทธิภาพอีกรอบ โดยตกลงใจย้ายไปเล่นแบบยืมตัวกับ อินเตอร์ ซึ่งทำให้ ซานเชซ จะได้กลับไปร่วมงานกับ โรเมลู ลูกาเรา กองหน้ากลุ่มชาติเบลเยียม ที่ย้ายมาอยู่กับ “เนรัซซูปรี่” ด้วยเหมือนกัน

Sánchez

“ สนใจเข้าร่วมเดิมพันฟุตบอล ufabet1688 คลิก ”

      ซานเชซ ซึ่งว่ากันว่าได้รับเงินค่าตอบแทนมากถึง 505,000 ปอนด์ (ราว 19.19 ล้านบาท) ต่ออาทิตย์ เอ๋ยถึงขณะที่อยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด ว่า “หากพวกเขาปลดปล่อยให้ผมได้ลงเล่นเต็มเกม ผมน่าจะนำกลุ่มชนะ แต่ว่าบางโอกาสผมได้เล่นเพียงแค่ 60 นาที และก็ในเกมถัดไปก็มิได้เล่น ผมก็ไม่รู้จักเหตุผลว่าเพราะเหตุไรเป็นแบบงั้น”

      ดาวยิงวัย 30 ปี ที่ได้สวมเสื้อเบอร์ 7 กับ อินเตอร์ มิลาน ยิงได้เพียงแค่ 5 ประตูจากการเล่น 45 เกมให้ “ซาตานแดง” ข้างหลังย้ายมาจาก อาร์เซน่อล เมื่อม.ค. 2018 การันตีว่าตนไม่เคยเศร้าใจที่ย้ายมาอยู่ในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด “ผมแฮปปี้มากมายๆที่ได้ย้ายมาอยู่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมกล่าวแบบนั้นมาตลอด”

      ” นี่เป็นสมาพันธ์ที่ได้แชมป์เยอะที่สุดในอังกฤษ ในตอนที่ผมย้ายมาอยู่กับ อาร์เซน่อล มันช่างดีเลิศ ผมสุขสบายกับตรงนั้น แม้กระนั้น ยูไนเต็ด เป็นอะไรที่เติบโตเพิ่มขึ้น พวกเขาซื้อนักฟุตบอลเพื่อคว้าชัยชนะ ผมต้องการย้ายไปอยู่กับพวกเขา รวมทั้งครองแชมป์ทุกสิ่งทุกอย่าง ผมไม่เศร้าใจที่ได้ไปอยู่ตรงนั้น ผมรู้สึกว่าผมสุขสบายเมื่อได้เล่นให้กลุ่มชาติ ผมก็เป็นสุขที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วย แต่ว่าผมบอกมาตลอดกับเพื่อนพ้องๆของผมว่า ผมต้องการลงเล่น”  Sánchez เจาะจง

สนับสนุนข่าวโดย carrefourprochesaidants

Arsenal

จบเกม ลอนดอนเหนือสุดเดือดArsenal 2-2 สเปอร์ส

        เริ่มเกมครึ่งแรกมา เป็น Arsenal ที่เป็นข้างบากบั่นทำเกมรุกเข้าใส่สเปอร์ส กลับเปลี่ยนเป็นสเปอร์สที่ได้ประตูขึ้นนำไปก่อนจากจังหวะสวนกลับแล้วก็เป็นอีริคบวงสรวงที่ยิงเข้าไปในนาทีที่ 10 ภายหลังโดนนำ อาร์เซน่อลก็อุตสาหะจะรีบเกม แต่ว่าก็ชอบทิ่มอลกันง่ายจนถึงทำให้โดนตัดบอล และก็โดนเกมสวนกลับของสเปอร์สอยู่บ่อยมาก แต่ว่าก็ยังมีเลโน่ที่ช่วยเซฟไว้

       ท้ายที่สุดแล้วอาร์เซน่อลก็มาเสียประตูที่ 2 จนได้ จากจังหวะที่ชาก้าเข้าพรวดพราดแล้วกรรมการก็เป่าเป็นจุดลูกโทษ ก่อนที่จะเคนจะฆ่าเข้าไปให้สเปอร์สบุกมานำ 0-2 เกมทำท่าจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้ 0-2 แต่ว่าแล้วอาร์เซน่อลก็มาได้ประตูตีตื้นที่ช่วยทำให้พวกเค้ายังอยู่ในเกม จากลากาแซตต์ที่ซัดทิ่มมุมเข้าไปให้อาร์เซน่อลไล่มาเป็น 1-2 ก่อนจะจบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

       ช่วงหลังอาร์เซน่อลปรับแท็คติกมาย้ำเพรสซิ่งเร็ว รวมทั้งไล่เพรสตั้งแต่ในดินแดนของสเปอร์ส ทำให้สเปอร์สตั้งเกมได้ยากมากมายๆแล้วในช่วงเวลาที่สเปอร์สตัดบอลได้ ก็ชอบไปทิ่มอลกึ่งกลางสนาม ทำให้ได้สวนกลับน้อยมากๆ

Arsenal

“ สนใจเข้าร่วมเดิมพันฟุตบอล ufabet1688 คลิก ”

       เอเมอร์ปรี่ส่ง 2 ตัวรุกเพิ่มมาในตอน 25 นาทีในที่สุดเพื่อหวังจะเอาประตูตีเสมอ แล้วพวกเค้าก็ทำสำเร็จ จากการที่โอบาเมยองสะกิดบอลให้บอลแปลงปากทางเข้าประตูไป อาร์เซน่อลไล่มาเป็น 2-2 ในนาทีที่ 71

       ต่อจากนั้นในเวลาที่คงเหลืออยู่ เกมดุดันอย่างยิ่ง อีกทั้ง 2 กลุ่มมานะอย่างมากที่จะเอาประตูชัยให้ได้ แม้กระนั้นท้ายที่สุดและจากนั้นก็ไม่มีประตูเกิดขึ้น จบเกม Arsenal แบ่งแต้มกันไปกลุ่มละแต้ม เป็นอีกเกมที่มองสนุกสนานและก็มันมากมายๆสมกับเป็นเกมดาร์บี้ แมตช์จริงๆ

มีความเห็นอย่างไรกันบ้างกับบิ๊กแมตช์ที่ลอนดอนเหนือ คอมเม้นต์เสวนากัน

สนับสนุนข่าวโดย carrefourprochesaidants